Haijai.com


เอ๊ะ ลูกเราขาโก่งหรือเปล่าน๊า ตอน 2


 
เปิดอ่าน 1847

เอ๊ะ ลูกเราขาโก่งหรือเปล่าน๊า ตอน 2

 

 

หลังจากทำความเข้าใจกับการเจริญเติบโตของแนวขาเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุ 7 ขวบกันแล้ว คุณพ่อคุณแม่คงสังเกตเห็นว่า เด็กๆ ที่กำลังเริ่มหัดเดิน การทรงตัวจะยังไม่มั่นคงนัก บางคนจะเดินขาถ่างมาก บางคนขาถ่างน้อย หรือเข่างอเล็กน้อย และกางแขนเป็นบางครั้งเพื่อช่วยในการทรงตัว ซึ่งเป็นท่าเดินมาตรฐานสำหรับเด็กวัยนี้ ดังนั้นอาจเรียกได้ว่า เด็กทุกคนขาจะโก่งออกด้านนอก จวบจนอายุ 2 ปี หรืออย่างช้าก็ไม่ควรเกิน 3 ปี ความโก่งที่ว่านี้ก็จะค่อยๆ ตรงเข้า ลักษณะแบบนี้เรียกว่า ภาวะขาโก่งออกด้านนอกแบบธรรมชาติค่ะ

 

 

แต่ถ้าขาลูกไม่ได้โก่งออกด้านนอก แต่แนวขากลับโก่งออกมากยิ่งขึ้น ท่าเดินของลูกก็ไม่เป็นปกติ คือตัวจะโยกเยกไปตามขาข้างที่เดิน ลักษณะแบบนี้คือ ภาวะขาโก่งแบบเป็นโรค ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้ข้อเข่าของลูกเสียเร็ว เนื่องจากการกระจายน้ำหนักของข้อไม่ดีเหมือนคนปกติแล้ว ลูกจะมีอาการปวดข้อเข่าตั้งแต่อายุยังน้อย ข้อเข่าอักเสบ เดินได้ไม่ไกลเนื่องจากความเจ็บปวด หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รีบทำการรักษา ก็จะทำให้ลูกต้องทนทุกข์ทรมานในการดำรงชีวิตประจำวันเป็นอย่างยิ่ง

 

 

หากลูกของคุณมีอาการขาโก่งออกด้านนอก ไม่หายเองตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่จำเป็นต้องตรวจอย่างละเอียด ดังนั้นคุณควรพาลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางคลินิกกระดูกและข้อ เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้กระดูกไม่ปรับแนวตามที่ควรจะเป็น ซึ่งสามารถแบ่งกว้างๆ ให้เข้าใจได้ง่ายๆ คือ

 

 

กลุ่มที่หนึ่ง เป็นกลุ่มที่มีสาเหตุชัดเจน ซึ่งไปรบกวนการเจริญเติบโตของเยื่อเจริญขา คือมีโรคไปรบกวนเยื่อเจริญขาทำให้โตไม่ปกติ มีหลายโรคที่ทำแบบนี้ได้ เช่น เนื้องอกกระดูกขาไปเกิดใกล้กับเยื่อเจริญทำให้การเจริญไม่สมดุล การติดเชื้อที่กระดูกขาทำให้การเจริญผิดปกติ หรือโรคพันธุกรรมหลากหลายชนิด เป็นต้น

 

 

กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มที่ไม่มีสาเหตุชัดเจน ถือว่าเป็นโรคที่เยื่อเจริญทำงานไม่สมดุลเอง ซึ่งมักเกิดกับเยื่อเจริญกระดูกใต้เข่า เป็นโรคขาโก่งจากเยื่อเจริญกระดูกใต้เข่าเจริญไม่สมดุล ทั้งที่ไม่พบว่ามีสิ่งใดทำลายเยื่อเจริญกระดูก โดยเยื่อเจริญด้านในของกระดูกมีการเจริญช้ากว่าเยื่อเจริญด้านนอก ทำให้ยิ่งโตขายิ่งโก่งออกด้านนอก โรคนี้ส่วนใหญ่พบในเด็กช่วงวัยหัดเดิน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโก่งออกด้านนอกแบบธรรมชาติหายเองได้ ดังนั้นจึงเกิดความสับสนระหว่างขาโก่งออกด้านนอกแบบเยื่อเจริญกระดูกใต้เข่าเจริญไม่สมดุล ไม่สามารถหายเองได้ กับขาโก่งออกด้านนอกแบบธรรมชาติซึ่งหายเองได้

 

 

เอ๊ะ ลูกเราขาโก่งหรือเปล่าน๊า ตอน 2

 

 

อุ๊ย! แล้วแบบนี้เราจะแยกระหว่างขาโก่งออกด้านนอกแบบธรรมชาติ กับขาโก่งออกด้านนอกที่เป็นโรคเยื่อเจริญขาไม่สมดุลได้อย่างไรล่ะคะ? จริงๆ แล้วก็มีวิธีที่ใช้แยกง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

 

 

1.สังเกตแนวขาตามช่วงเวลา ที่ได้กล่าวไว้ในฉบับที่แล้ว หากเลย 3 ปีแล้วขาลูกยังโก่งออกด้านนอก ควรพาลูกไปพบแพทย์

 

 

2.ปริมาณความโก่ง โดยจับลูกนั่งหันหน้าเข้าหาเรา เหยียดเข่าให้สุด จับข้อเท้ามาชนกัน ให้เข่าหันมาด้านหน้า โดยหันเท้าชี้ไปด้านหน้าแล้วมองดูที่เข่า ถ้าเข่าลูกชนกันถือว่าผ่าน ระยะระหว่างเข่าถ้ามากเกินสองนิ้วของคุณถือว่าแนวกระดูกโก่งออกด้านนอก ถ้าโก่งจนระยะห่างเกินกว่าสี่นิ้วแสดงว่าโก่งมาก และมีโอกาสเป็นโรคสูงมาก

 

 

3.ความโก่งที่ไม่เท่ากัน ในท่าเดียวกับข้อ 2 ลองดูแนวขาส่วนเหนือเข่าเปรียบเทียบกับขาใต้เข่า จะเห็นแนวโก่ง ถ้าแนวโก่งสองข้างเป็นพอๆ กัน มีโอกาสเป็นแบบธรรมชาติสูง แต่ถ้าขาสองข้างมีแนวโก่งไม่เท่ากันอย่างชัดเจน ควรพาเด็กไปตรวจดู ส่วนเท้าถ้าบิดหมุนเข้าด้านในมาก ก็พบได้ทั้งขาโก่งธรรมชาติและแบบเป็นโรค แต่เท้าจะบิดหมุนมากชัดเจนกว่าในรายที่โก่งออกด้านนอกแบบเป็นโรค

 

 

โรคขาโก่งออกด้านนอกแบบเยื่อเจริญกระดูกใต้เข่าเจริญไม่สมดุลนั้น สาเหตุยังไม่ชัดเจน แต่มักพบได้บ่อยในเด็กที่อ้วนและเดินเร็ว อย่างไรก็ตามเด็กผอมก็เป็นโรคนี้ได้ แต่มักพบในเด็กอ้วนบ่อยกว่า และเด็กอ้วนที่เป็นโรคนี้ก็มักรักษาได้ยากกว่าเด็กผอมด้วย

 

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ จาก นพ.วีระศักดิ์ ธรรมคุณานนท์ โรงพยาบาลเวชธานี

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ