Haijai.com


การทำงานของระบบขับถ่ายของเด็กทารก


 
เปิดอ่าน 23236

การทำงานของระบบขับถ่ายของเด็กทารก

 

 

Dealing with waste ( อึ อึ ปู ปุ้ ของหนู )

 

เรื่องปูปุ้หรือการถ่ายของลูกน้อย  บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย  โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ด้วยแล้ว  มีเรื่องให้ต้องกังวลได้ทุกเรื่องจริงๆ แม้แต่เรื่องการขับถ่ายของเจ้าตัวน้อยแสนรัก  ซึ่งอันที่จริงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญพอสมควรทีเดียว  พอๆ กับเรื่องการกินและการนอนเลยทีเดียวเชียวค่ะ  ก็เพราะทั้งปัสสาวะและอุจจาระของคนเรา  เป็นตัวบ่งชี้ถึงสุขภาพของคนๆนั้นนี่นา

 

 

การทำงานของระบบขับถ่าย

 

เด็กทารกยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาระบบขับถ่าย และระบบอวัยวะต่างๆในร่างกายกำลังอยู่ในช่วงของการปรับระบบเพื่อให้เข้าที่เข้าทาง

 

 

การขับถ่ายเป็นระบบการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย  ซึ่งอวัยวะที่สำคัญในการทำหน้าที่นี้ ก็คือ ลำไส้ใหญ่  ตับและไต  เมื่ออาหารผ่านเข้าไปในระบบทางเดินอาหารตั้งแต่ปากลงไปจนถึงลำไส้เล็กที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารแล้ว  กากอาหารที่เหลือจากการย่อย  จะถูกลำเลียงผ่านเข้าไปที่ลำไส้ใหญ่  โดยลำไส้ใหญ่จะทำหน้าที่สะสมกากอาหารและจะดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย  เช่น วิตามิน แร่ธาตุ ไขมัน โปรตีน คาร์บอไฮเดรตและกลูโคสเข้าไว้ที่ผนังลำไส้ใหญ่ก่อน  หลังจากนั้นก็จะเป็นที่พักกากอาหาร  ซึ่งมีลักษณะเหนียวข้นกึ่งแข็ง และลำไส้ใหญ่ก็จะขับเมือกออกมาหล่อลื่น ระหว่างที่บีบตัวเพื่อให้กากอาหารเคลื่อนที่ไปรวมกันที่ลำไส้ตรง  ก่อนจะขับออกจากร่างกายทางทวารหนักต่อไป   ถ้าลำไส้ใหญ่ดูดน้ำมากเกินไป  เนื่องจากกากอาหารตกค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่หลายวัน  จะทำให้กากอาหารแข็ง เกิดความลำบากในการขับถ่าย ซึ่งเราเรียกว่าอาการท้องผูก  ส่วนสารอาหารที่ร่างกายได้ดูดซึมเอาไว้  ตับ, ตับอ่อนและถุงน้ำดี ก็จะผลิตเอนไซม์ช่วยในการดูดซึมออกมา  และส่งต่อให้ร่างกายนำไปใช้ผ่านทางเส้นเลือดนั่นเอง

 

 

ขี้เทา ( meconium )

 

เด็กแรกคลอด ทารกจะถ่ายออกมาเป็นสีดำ เทาหรือสีดำคล้ำออกสีเขียว เหนียว ๆ คล้ายยางมะตอย  ไม่มีกลิ่น  ซึ่งเรียกในทางการแพทย์ว่า เมโคเนียม (Meconium) หรือที่รู้จักกันว่า”ขี้เทา” เป็นการระบายสิ่งที่ตกค้างอยู่ภายในของสำไส้เด็กออกมา เพราะขณะอยู่ในครรภ์มารดา ทารกจะกลืนน้ำคร่ำที่หุ้มตัว ซึ่งจะมีเซลล์ของรกและผิวเด็กที่หลุดลอก บางครั้งก็มีเศษขนและผมปะปนอยู่ด้วย ซึ่งเด็กแรกเกิดส่วนมากจะถ่ายออกมาภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง  แต่ถ้าหากผ่านมา 2 วันแล้ว เด็กยังไม่มีการถ่ายขี้เทาออกมา ต้องรีบแจ้งให้คุณหมอทราบ เพราะเด็กอาจเกิดอาการลำไส้อุดตัน หรือรูทวารตีบก็เป็นได้

 

 

หลังจากที่เด็กได้ดูดนมแม่หรือนมขวดแล้ว  อุจจาระจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีอ่อนขึ้น  จนกระทั่งกลายเป็นสีเหลืองทอง หรือเหลืองน้ำตาลในที่สุด  เมื่อเข้าสัปดาห์ที่สอง  เจ้าตัวน้อยอาจถ่ายอุจจาระเป็นสีเหลือง หรือสีเขียว มีลักษณะเหลวเละ และบางครั้งเป็นเมือกเหนียวปะปนอยู่  ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติแต่อย่างใด และอาจถ่ายมากถึงวันละ 7-8 ครั้งต่อวัน หรือบางวันไม่ได้ถ่ายเลย ก็ไม่ได้ผิดปกติเช่นกัน  การถ่ายบ่อย อาจเป็นเพราะเด็กได้รับน้ำนมแม่มากขึ้น  จึงถ่ายมากขึ้นตามไปด้วย

 

 

การถ่ายเหลวเป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กที่ทานนมแม่ แต่จะไม่เกิดโรคท้องเสียจากนม เพราะนมแม่ไม่มีเชื้อโรคปะปนอยู่แน่นอน นอกจากตัวคุณแม่เองท้องเสีย เมื่อทารกได้รับน้ำนมอาจติดเชื้อนั้นเข้าไปด้วย แต่สิ่งสำคัญคือคุณแม่ต้องทำความสะอาดมือและเต้านมทุกครั้งในการให้นมทารก โดยการใช้สำลีชุบน้ำต้มสุกเช็ดบริเวณหัวนม  ก่อนการให้นมทุกครั้ง  เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

 

 

อุจจาระที่ผิดปกติ

 

เจ้าตัวน้อยที่กินนมแม่จะถ่ายอุจจาระเป็นสีเหลืองทอง เหลวเละและอาจมีน้ำปนอยู่เล็กน้อย  ในช่วง 1-2 เดือนแรก อาจจะถ่ายบ่อยถึง 5-6 ครั้งต่อวัน หรืออาจไม่ถ่ายเลยเป็นเวลา 2-3 วัน  ก็ยังไม่ถือว่าผิดปกติสำหรับเด็กที่กินนมแม่   จากนั้นก็จะลดลงเหลือ 1-2 ครั้งต่อวัน  เพราะร่างกายจะค่อยๆปรับระบบการขับถ่ายให้เข้าที่เข้าทาง  แต่ในช่วงห้าเดือนแรก  เจ้าตัวน้อยยังมีระบบขับถ่ายไม่สมบูรณ์  จึงอาจยังขับถ่ายไม่เป็นเวลาและไม่สม่ำเสมอ  ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ  แต่ถ้าอุจจาระมีสีคล้ำมาก มีมูกเลือดปนและเป็นหลายครั้งบ่อยๆ  ก็อาจต้องเก็บอึ..อึ..ของลูกไปให้คุณหมอเพื่อตรวจดูอาการ  เพราะอาจมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในระบบการย่อยอาหาร

 

 

ภาวะรูก้นเป็นแผล ( anal fissure )

 

ภาวะรูก้นเป็นแผล  เกิดขึ้นจากการที่เด็กถ่ายบ่อย จนเกิดการระคายเคืองบริเวณรูทวารหนัก  ทำให้เป็นแผล  ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องท้องผูกตามมา  เนื่องจากการถ่ายแต่ละครั้งไประคายเคืองแผลจนเกิดความเจ็บปวด  เจ้าตัวน้อยก็จะมีระบบป้องกันตัวเอง โดยการไม่ยอมถ่ายซะเลย   แต่มีวิธีป้องกันค่ะ หลังจากที่ลูกถ่ายทุกครั้ง  ทำความสะอาดบริเวณรูทวารจนสะอาดเรียบร้อยแล้ว  ก็ให้ป้ายวาสลินเข้าไปหน่อย  ก็จะทำให้แผลหายเร็วขึ้น  แต่ถ้าเป็นมาก ก็อาจต้องให้คุณหมอดูว่าเกิดการอักเสบในบริเวณนั้นหรือไม่

 

 

ท้องเสีย

 

อาการท้องเสียมักเกิดกับเด็กที่กินนมผสม  และเด็กที่ขาดสารอาหาร  ร่างกายอ่อนแอ  รวมทั้งเด็กที่เป็นไข้ เป็นหวัด ปอดบวม  ออกหัดหรือเป็นหูน้ำหนวก ก็อาจมีอาการท้องเสียไปจนถึงท้องร่วงได้  แต่ถ้าเป็นเด็กที่ทานนมผสม และท้องเสียเพียงครั้งเดียว ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง  อาการจะหายไปได้เองในการถ่ายครั้งต่อไป  ลองสังเกตดูนะคะว่าลูกท้องเสียกี่ครั้ง ( หลายครั้งติดต่อกัน ? ) และมีมูกเลือดหรือสิ่งผิดปกติปะปนมากับอุจจาระหรือไม่ ?  เพราะอาจเกิดการติดเชื้อขึ้นแล้วก็เป็นได้  ถ้าเป็นในกรณีนี้ ก็ควรรีบพาไปพบคุณหมอด่วนเลยค่ะ เพราะร่างกายของเจ้าตัวน้อยอาจสูญเสียน้ำ  อาหารและเกลือแร่มากกว่าปกติ  ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณเลือดในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว  และอาจทำให้เกิดอาการช็อคได้

 

 

ท้องผูก

 

ปัญหาท้องผูกส่วนใหญ่มักเกิดกับเด็กที่ทานนมผสม หรืออาจเกิดจากการเปลี่ยนนม  การชงนมที่ผิดสัดส่วนก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยท้องผูกได้  ถ้าลูกไม่ถ่ายหลายวัน แต่ยังร่าเริงสดใสและอุจจาระไม่แข็งแห้ง ก็ไม่ถือว่าท้องผูก  เด็กที่ดื่มน้ำน้อยเกินไปหรือสูญเสียน้ำมากจากอากาศร้อน หรือว่าเป็นไข้ ก็อาจทำให้อุจจาระแข็งและท้องผูกได้  ถ้าปล่อยให้ลูกท้องผูกและต้องออกแรงเบ่งมาก  ก็อาจทำให้เกิดภาวะรูก้นเป็นแผลตามมาได้

 

 

การขับถ่ายยังไม่เป็นระบบ

 

เด็กแรกเกิดอาจถ่ายทุกครั้งหลังจากตื่นนอนมา และถ่ายทุกครั้งหลังจากได้รับนมแม่หรือนมขวดประมาณครึ่งชั่วโมง  และจะปัสสาวะแทบทุก 20 นาทีในช่วงเดือนแรกๆ  แต่จะลดจำนวนครั้งลงไปเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป   ดังนั้น  ในช่วงหกเดือนแรก คุณแม่และคุณพ่ออาจต้องเหนื่อยหน่อย  กับการคอยเปลี่ยนผ้าอ้อม เช็ดก้นลูก  แต่ถ้าคอยสังเกตดูให้ดี  ก็อาจพอจับจังหวะการฉี่และการอึของลูกตัวเองได้  เพื่อที่จะเตรียมการเอาไว้ก่อน  โดยเฉพาะหลังจากหกเดือนไปแล้ว  ก็อาจลองจับเจ้าตัวน้อยนั่งกระโถนทุกเช้าดูได้ค่ะ  เพื่อให้ร่างกายทำงานเป็นระบบเร็วขึ้นและเป็นการฝึกวินัยไปในตัว

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ