Haijai.com


ทัชพอยต์ การควบคุมอารมณ์เด็กในวัยเตาะแตะ


 
เปิดอ่าน 693
 

ทัชพอยต์ การควบคุมอารมณ์เด็กในวัยเตาะแตะ

 

 

T. Berry Brazelton M.D. ผู้เขียนหนังสือขายดีที่รู้จักกันดีเรื่อง TOUCHPOINT (ทัชพอยต์) เป็นผู้ก่อตั้งแผนกพัฒนาการเด็กในโรงพยาบาลบอสตัน และเป็นศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ ที่โรงเรียนการแพทย์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

 

 

เด็กในวัยเตาะแตะต้องต่อสู้กับอารมณ์ และการกระตุ้นต่างๆ ในวัยนี้สิ่งที่มีความหมายหรือสามารถเข้าใจได้ ก็คือสิ่งที่เขาสามารถจับต้องชิม หรือปีนไปได้เท่านั้น ความสามารถใหม่ในการไปยังที่ที่ต้องการ ด้วยความรวดเร็ว ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่จะได้พบเห็น อย่างไรก็ตามโลกนี้เต็มไปด้วยอันตราย สิ่งของที่แตกหักง่าย และสิ่งต่างๆ อีกมากมายที่อาจล่อตาล่อใจเด็กจนทำให้พ่อแม่หัวปั่นได้ง่ายๆ เพราะลูกต้องการที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ผ่านการสำรวจของตัวเขาเอง เด็กวัยเตาะแตะมักจะดูเหมือนจรวดที่พุ่งออกไปในอวกาศ แต่พวกเขาก็ดูเหมือนจะพุ่งไปสู่โอกาสแห่งการเรียนรู้ในโลกรอบตัวเขา ในทุกขณะด้วยเช่นเดียวกัน

 

 

พ่อแม่ที่มีลุกวัยเตาะแตะ มักจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยในการดูแลลูกน้อยอยู่บ่อยๆ นั่นเพราะคุณพ่อคุณแม่ต้องคอยระวังอยู่ใกล้ๆ เพื่อคอยควบคุมให้การเรียนรู้ของลูกเป็นไปอย่างปลอดภัย การฝึกวินัยให้กับเด็กวัยนี้ต้องใช้วิธีตาต่อตา มือถึงมือ และแขนถึงแขน ซึ่งจะทำให้พ่อแม่เข้าไปช่วยลูกได้ทันท่วงที แต่ในบางครั้งก็เป็นเรื่องยากและเหน็ดเหนื่อยสำหรับพ่อแม่ การใช้คำพูดเป็นสิ่งที่ได้ผลมากกว่าในระยะยาวครับ เพราะเมื่อคุณพูดบ่อยๆ และเมื่อเวลาผ่านไป ลูกจะเข้าใจได้ในที่สุด

 

 

การฝึกวินัยให้กับเด็กวัยนี้จะต้องค่อยๆ สอนเรื่องการควบคุมตัวเองเนื่องจากเด็กวัยนี้มีพลังอยากรู้อยากเห็น และอยู่ท่ามกลางสิ่งล่อตาล่อใจ การควบคุมอารมณ์ไม่สามารถหัดกันได้เพียงครั้งเดียว แต่พ่อแม่จะต้องหมั่นสอนบ่อยๆ ซ้ำๆ วันละหลายๆ ครั้ง เพื่อให้เกิดการจดจำ เด็กในวัยนี้ยังต้องการให้พ่อแม่แตะมือ หรือไหล่เขาเบาๆ เพื่อเป็นการเตือนให้เขาหยุดกระทำในสิ่งที่ไม่ควรอีกด้วย

 

 

คุณพ่อคุณแม่ของเด็กที่เล่นที่ทับกระดาษในตอนที่ได้กล่าวไปนั้น ในตอนแรกคุณพ่อเพียงแค่ใช้คำพูดในการห้ามปรามลูก ซึ่งก็ไม่เป็นผล ยิ่งถ้าหากคุณพ่อยังคงพยายามใช้คำพูดอยู่เหมือนเดิม ยัยหนูก็จะยิ่งคลางแคลงใจว่าคุณพ่อต้องการให้เธอวางของลงจริงหรือไม่ เพราะไม่เห็นทำอะไรเพิ่มเติม เพื่อเน้นย้ำว่าให้เธอเห็นว่าคุณพ่อเอาจริง หลายครั้งคำพูดเพียงอย่างเดียวอาจไม่ศักดิ์สิทธิ์พอถ้าหากขาดการกระทำอย่างอื่นช่วยเสริม เมื่อพูดเสร็จคุณพ่อก็ไม่ได้หยุดแค่เพียงคำพูด เพราะนั่นจะทำให้ดูเหมือนคุณพ่อเป็นผู้ออกคำสั่งหรือเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์นั้นมากกว่า แทนที่จะเป็นอย่างนั้น คุณพ่อคนนั้นเข้าไปหาลูกสาว และอธิบายว่าทำไมพ่อต้องห้ามแบบนั้น ปล่อยให้ลูกได้หยุดพักและผ่อนคลายลงสักครู่ ก่อนที่จะช่วยให้ลูกจินตนาการความรู้สึกของเธอเองว่าจะเป็นอย่างไรถ้าที่ทับกระดาษที่มีราคาแพงนั้นเกิดตกแตกขึ้นมา สิ่งสำคัญที่สุดที่ได้จากเหตุการณ์นี้ก็คือ คุณพ่อได้ปล่อยให้ลูกสัมผัสกับความรู้สึกของตนเองซึ่งวันหนึ่งเจ้าตัวน้อยจะรู้จักความรู้สึกนี้อย่างดี และรู้วิธีที่จะควบคุมอารมณ์ของตนเองได้

 

 

อีกเรื่องหนึ่งที่มักเป็นปัญหาของเด็กวัยเตาะแตะ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรฝึกลูกให้มีวินัย ก็คือการร้องขอให้ซื้อของเล่น หรือขนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งขฯะเดินเลือกซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตพฤติกรรมการซื้อของในวูเปอ์มาร์เก็ตของคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักเปิดโอกาสให้เกิดเหตุการร์ที่เจ้าหนูจะได้เรียนรู้ที่จะควบคุมความต้องการของตัวเองเสมอ

 

 

ขณะที่คุณแม่กำลังเลือกของบนชั้นอยู่นั้น ลูกกำลังแอบยิ้มหวานมองตรงไปที่คุกกี้สีชมพูที่วางอยู่บนชั้นวางของด้านล่าง ถ้าคุณแม่มองเห็นเสียก่อนก็อาจเบี่ยงเบนความสนใจของเขาไปที่อื่น โดยการเรียกให้เขามาช่วยเลือกของที่เขาเองก็มีส่วนใช้ เช่น “ลูกจ๋า มาช่วยแม่เลือกซีเรียลหน่อย หนูชอบรสไหนจ๊ะ”  เด็กที่พร้อมจะฟังเสียงเรียกของแม่ หรือให้ความสนใจกับสิ่งที่คุณแม่ขอร้อง ก็จะหยุดแรงดลใจที่จะเอื้อมไปหยิบคุกกี้ และเดินเข้าไปหาคุณแม่เปลี่ยนใจในสิ่งที่เขากำลังจะทำ และไปสนใจกับการเลือกซีเรียลแทน ถ้าคุณคิดดูให้ดี ก็จะเห็นได้ว่า คุณแม่ได้ทำสิ่งที่สุดยอดมากในสถานการณ์เช่นนั้น ซึ่งในบางครั้งก็ไม่ได้ง่ายเสมอไป

 

 

คุณพ่อคุณแม่โดยทั่วไปสามารถนึกเห็นภาพลูกนั่งอยู่ในรถเข็นทำตัวยืดตัวยาวคว้าเอาของที่อยากได้ หรือบางครั้งก็รั้งมือคุณพ่อที่จูงเขาอยู่เพื่อเดินไปหยิบของที่อยากได้ และเมื่อถูกแย่งกลับคืนไปวางที่ชั้นตามเดิม น้ำตาแห่งความเสียใจก็จะไหลพรั่งพรู ช่างเป็นเรื่องที่ทรมานเหลือเกินสำหรับลูกน้อยที่จะยับยั้งใจตัวเองให้ไม่อยากได้ของชิ้นนั้น และเป็นเรื่องยากเย็นเพียงใดที่พ่อแม่จะให้ความหวังกับลูกว่าสักวันหนึ่งลูกก็จะควบคุมตนเองได้ หรือที่จะเชื่อว่าการยอมแพ้ต่อความต้องการที่มีพลังมหาศาลนั้นจะคุ้มค่ากว่า

 

 

การมีวินัยในตนเอง ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เด็ก สามารถควบคุมตัวเองได้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงความสามารถในการจัดการกับความต้องการที่เกิดขึ้นจากสิ่งเร้ารอบตัว การฝึกฝนให้มีวินัยในตัวเอง เด็กต้องสามารถสนองตอบความต้องการของตัวเองอย่างเหมาะสม ซึ่งจะเป็นการวางรากฐานการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นในอีกหลายปีต่อมา

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ