Haijai.com


Should I Do As They Say เขาว่าต้องทำ ถ้าอยากให้ลูกเก่ง


 
เปิดอ่าน 1005

Should I Do As They Say เขาว่าต้องทำ ถ้าอยากให้ลูกเก่ง

 

 

หากมีคนบอกว่าทำอย่างนี้แล้วลูกจะดี ลูกจะฉลาด พัฒนาสมอง เชื่อว่าพ่อแม่แทบทุกท่านยินดีที่จะทำค่ะ หากสิ่งนั้นมันไม่เหลือบ่ากว่าแรงจนเกินไป เพราะในเมื่อเป็นสิ่งที่ “เขาว่ากันว่า” ดีต่อลูกแล้ว ถ้ามันไม่เสียหายแล้วทำไมถึงจะไม่ลองดูล่ะ แต่ช้าก่อนค่ะ! สิ่งที่คุณเคยได้ยินได้ฟังมา ไม่ว่าจะเรื่องของเพลงคลาสสิค การกินปลาเพิ่มไอคิว ไปจนถึงทีวีทำให้เด็กๆ สมาธิสั้น นั้นจริงเท็จแค่ไหนอย่างไร ถ้าเราไม่ทำลูกเราจะด้อยกว่าคนอื่นๆ หรือไม่ และมีทางอื่นเพื่อเพิ่มศักยภาพให้เจ้าตัวเล็กได้หรือไม่ มาดูกันค่ะ

 

 

They Said เปิดเพลงคลาสสิคให้ทารกฟัง ช่วยเพิ่มระดับไอคิว

 

The Truth: แน่นอนว่าเสียงดนตรีจะช่วยเติมเต็มชีวิตให้เจ้าตัวน้อย แต่ไม่ว่าลูกน้อยจะฟังเพลงคลาสสิคของโมสาร์ท หรือเพลงป๊อป อย่างกอล์ฟ ไมค์ ก็อาจจะไม่พบความแตกต่างในผลการเรียนค่ะ ทฤษฎีเรื่องเพลงคลาสสิคพัฒนาสมองลูกนั้น เกิดขึ้นจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ในปี ค.ศ. 1993 ที่นักวิจัยให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกฟังเพลงของโมสาร์ท กลุ่มที่สองฟังเพลงเพื่อรีแล๊กซ์ และกลุ่มที่สามไม่ฟังอะไรเลย หลังจากนั้นให้ทำแบบทดสอบเรื่องมิติสัมพันธ์ต่อทันที พบว่ากลุ่มที่ได้ฟังเพลงของโมสาร์ททำคะแนนในการทดสอบได้มากที่สุด งานวิจัยนี้ให้ผลการวิจัยที่เป็นประโยชน์ แต่ในทางกลับกัน Kathy Hirsh-Pasek ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Einstein Never Used Flash Cards : How Our Children Really learn ระบุว่าเรากลับนำผลการวิจัยนี้มาใช้ในทางที่ผิด

 

 

เหตุผลก็คือ ในงานวิจัยชิ้นนี้ไม่มีส่วนใดที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าดนตรีคลาสสิกสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับสมองของทารกได้ แต่สำหรับในส่วนของหนูน้อยวัย 4-6 ปี ที่เรียนดนตรีนั้น อาจทำคะแนนในห้องเรียนได้ดีขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะการเล่นดนตรีช่วยเชื่อมโยงเส้นใยสมอง ทำให้ความจำและสมาธิดีขึ้น แต่ในเรื่องเพิ่มไอคิวได้โดยตรงนั้น อาจจะไม่จริงนัก

 

 

Please Note: หากคุณต้องการให้ลูกได้ประโยชน์จากดนตรีจริงๆ คุณควรให้หนูน้อยได้เรียนเปียโน เมื่อเขาโตพอ แทนที่จะบังคับให้ลูกฟังเพลงคลาสสิกตั้งแต่ยังแบเบาะ นอกจากนี้ ไม่ว่าจะดนตรีประเภทไหน หากเป็นเพลงที่ฟังสบายๆ ก็ทำให้เจ้าตัวน้อยอารมณ์ดีได้ไม่ต่างกัน

 

 

They Said สอนภาษามือ(sign language) ให้ลูก จะทำให้หนูน้อยพูดได้เร็วขึ้น

 

The Truth: แน่นอนว่าการสอนภาษามือ (sign language) หรือที่เรียกกันว่า Baby Sign ให้ลูกนั้น จะทำให้เจ้าตัวน้อยสื่อสารสิ่งที่เขาต้องการออกมาได้ง่ายขึ้น และงานวิจัยของ Linda Acredolo พบว่าเด็กๆ ที่เรียนรู้ภาษามือนั้น จะพูดได้เร็วกว่าเด็กทั่วไป 3-4 เดือน แต่ทั้งนี้ อย่าลืมนะคะว่า ขณะที่คุณสอนภาษามือให้ลูกนั้น คุณมีการพูดคำศัพท์ที่จะสอนลูกไปพร้อมกันด้วย ซึ่งเมื่อคุณพูดกับลูกบ่อยขึ้น เนื่องจากต้องการสอนภาษามือ ก็แน่นอนว่าจะทำให้เด็กๆ พูดได้เร็วขึ้นเช่นกัน

 

 

Please Note: การสอนภาษามือให้ลูกไม่ได้มีข้อเสียค่ะ และหากว่าสิ่งนี้จะทำให้คุณได้คุยกับลูกมากขึ้น ก็น่าจะเป็นการดี เพราะฉะนั้นหากกำลังคิดจะสอนภาษามือให้ลูก ก็ไม่ต้องลังเลค่ะ

 

 

They Said ถ้าไม่ใช้รถหัดเดิน จะทำให้ลูกเดินได้เองเร็วขึ้น

 

The Truth : มีงานวิจัยอย่างน้อยหนึ่งชิ้นแน่นอนค่ะ ที่ระบุว่าสิ่งที่เขาว่ากันนี้เป็นเรื่องจริงค่ะ รายงานในวารสาร Journal of Development Behavior ระบุว่า ทุกๆ 24 ชั่วโมง ที่เด็กๆ ใช้รถหัดเดิน จะทำให้ความสามารถในการเดินได้เองของเจ้าตัวน้อยช้ากว่าที่ควรเป็น ประมาณ 3.3 วัน และยืนได้เองช้าลงประมาณ 3.7 วัน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือ การใช้รถหัดเดิน อาจนำมาซึ่งอุบัติเหตุต่อเจ้าตัวน้อยได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะ เลื่อนไปชนกับมุมโต๊ะ ตกจากขั้นต่างระดับในบ้าน ฯลฯ

 

 

Please Note : เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เลิกใช้รถหัดเดิน แล้วมาลุ้นให้เจ้าตัวเล็กตั้งไข่ และก้าวเดินด้วยตัวเองดีกว่าค่ะ

 

 

They Said น้ำนมแม่ดีที่สุด

 

The Truth : งานวิจัยชิ้นแล้วชิ้นเล่าค่ะ ที่พบว่าน้ำนมแม่ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและไอคิวให้กับเจ้าตัวน้อยได้เป็นอย่างดี รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน โรคอ้วน รวมทั้งสมาธิสั้นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม นมแม่ไม่ใช่ยาครอบจักรวาลค่ะ ลูกจะดีและแข็งแรงได้นั้น ต้องมีหลายส่วนประกอบกันทั้งสิ่งแวดล้อมรอบตัวลูก การเลี้ยงลูก และความเอาใจใส่ด้วยค่ะ

 

 

Please Note : หากคุณตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ก็ควรพยายามอย่างเต็มที่ แต่หากพยายามถึงที่สุดแล้ว ไม่ประสบผลสำเร็จ ก็จงอย่ารู้สึกผิด

 

 

They Said ให้นมที่มีส่วนผสมของ DHA จะช่วยเพิ่มไอคิวให้กับลูก

 

The Truth : แม้ว่าจะมีงานวิจัยที่พบว่า กรดไขมันโอเมก้า 3 รวมทั้ง DHA จะช่วยเพิ่มระดับสติปัญญา และการมองเห็นในทารกที่คลอดก่อนกำหนด แต่ยังไม่มีงานวิจัยชิ้นใด ที่พบว่าสารอาหารเหล่านี้จะส่งผลต่อทารกที่สุขภาพดี และคลอดตามเกณฑ์

 

 

Please Note : การให้นมที่มีส่วนผสมของ DHA ไม่ได้ส่งผลเสียต่อเจ้าตัวเล็ก แต่ในขณะเดียวกันก็อาจไม่ได้ให้ผลเหมือนกับในคำโฆษณาเช่นกัน หากว่าคุณไม่สามารถจ่ายเงินสำหรับนมผงสำเร็จรูปที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ “เขาว่ากันว่า” มีประโยชน์ต่อลูกน้อยได้ ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เลือกนมผงที่คุณพอจ่ายไหว และหันไปใส่ใจเรื่องโภชนาการที่ถูกต้อง เมื่อหนูน้อยเริ่มกินอาหารเสริมเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

 

 

They Said ทารกที่ดูโทรทัศน์ มีโอกาสเป็นโรคสมาธิสั้น

 

The Truth : มีหลักฐานบางประการที่ระบุว่าการดูโทรทัศน์ มีความเชื่อมโยงกับการไม่มีสมาธิ นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยวอชิงตัน สหรัฐฯ พบว่าเจ้าตัวน้อยวัย 1-3 ปี ที่เอาแต่นั่งอยู่หน้าจอทีวี มีแนวโน้มที่จะมีปัญหาเรื่องสมาธิเมื่ออายุ 7 ปี แต่นักวิทยาศาสตร์จาก เทกซัส เทค สหรัฐฯ กลับแย้งว่า ความเชื่อมโยงของการดูโทรทัศน์และสมาธิสั้นนั้น ยังต้องการข้อมูลที่ชัดเจนมากกว่านี้ถึงจะฟันธงได้ ถึงกระนั้น ก็ยังมีหลักฐานมากพอถึงโทษของการดูโทรทัศน์ของเด็กๆ ค่ะ โดยเฉพาะหนูน้อยที่อายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่เพียงแต่เด็กๆ ยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งที่เห็นในโทรทัศน์นั้นไม่ใช่ของจริง แต่การดูโทรทัศน์มากเกินไป ยังเป็นการขัดขวางไม่ให้คุณหนูๆ ไปทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์มากกว่า

 

 

Please Note : คุณอาจให้ลูกดูการ์ตูนที่มีประโยชน์ได้บ้าง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมที่จะจำกัดระยะเวลาในการดู และชวนลูกไปทำกิจกรรมอื่นๆ ด้วย

 

 

Boost Baby Brain

 

เมื่อคุณรู้ความจริงเบื้องหลังสิ่งที่ “เขาว่ากันว่า” ไปแล้ว คราวนี้ ลองมาใช้สิ่งง่ายๆ ใกล้ตัวที่ “เราขอบอกว่า” ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกได้ดีนักเชียวค่ะ

 

>> Blocks ตัวต่อต่างๆ ช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องรูปทรง และมิติสัมพันธ์ พัฒนาทักษะการเรียงลำดับ นอกจากนี้คุณหนูๆ ยังได้จินตนาการเล่นบล๊อคในรูปแบบที่หลากหลายไม่จำกัด ซึ่งช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย

 

 

>> Book อ่านหนังสือให้ลูกฟังเป็นประจำ จะเป็นการกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาอย่างยิ่งใหญ่ให้เจ้าตัวน้อยค่ะ นอกจากนี้ การถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องราวที่คุณอ่านให้ลูกฟังก็ยังช่วยให้ลูกฝึกคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลด้วย

 

 

>> Cups เมื่อพาเจ้าตัวน้อยลงแช่น้ำต่อมแต๋ม ไม่ว่าจะในอ่างอาบน้ำ หรือในกะละมัง นำถ้วยพลาสติกให้ลูกได้ตักน้ำใส่ถ้วย และเทน้ำออกจากถ้วย จะช่วยพัฒนาการทำงานร่วมกันของมือและสายตา รวมถึงการสังเกตน้ำที่ไหลออกจากถ้วยยังสอนเรื่องเหตุและผล (Cause & Effect) ได้เป็นอย่างดีด้วย

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ