Haijai.com


พัฒนาการเด็กด้วยวิธีการรับรู้เรียนรู้ที่เด็กถนัด


 
เปิดอ่าน 863

วิธีการรับรู้ เรียนรู้ที่เด็กถนัด

 

 

หากคุณพ่อคุณแม่เข้าใจใน 2 ทฤษฎีข้างต้นที่กล่าวไปแล้วคือ ทฤษฎีพหุปัญญา และทฤษฎีสมองซีกซ้าย สมองซีกขวา ก็จะทำให้ง่ายต่อการรู้และเข้าใจในความนึกคิด ความถนัด หรือความเป็นอัตลักษณ์ของลูกมากขึ้น ดังนั้นในการที่พ่อแม่จะเลี้ยงดู สั่งสอนเขา ให้เขาได้พัฒนาความเป็นตัวตน ตามที่พ่อแม่ต้องการก็จะง่ายขึ้น ชัดเจนขึ้น และยิ่งถ้าได้รู้ว่าลูกถนัดที่รับรู้ เรียนรู้อย่างไร ก็จะยิ่งทำให้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเขามากขึ้น วิธีการรับรู้ เรียนรู้นั้นจะมีอยู่ 3 วิธีด้วยกันคือ จากการฟัง จากการมอง และจากการลงมือปฏิบัติ ซึ่งทุกคนสามารถรับรู้ เรียนรู้ได้ทั้ง 3 วิธีนี้ แต่จะมีวิธีหนึ่งที่ทำให้เราเรียนรู้ และรับรู้ได้เร็วขึ้น พ่อแม่ทุกคนจะสามารถเข้าใจลูกตามทฤษฎีที่ได้กล่าวมาข้างต้นได้อย่างแน่นอน โดยอาศัยการอยู่ด้วยกันกับลูกมากๆ และสังเกตพฤติกรรมของลูก ซึ่งอาจจะใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจถึงธรรมชาติต่างๆ เหล่านี้ของลูก

 

 

ทุกวันนี้ด้วยความที่มีผู้สนใจในพัฒนาการของเด็กเป็นจำนวนมาก จึงได้มีผู้คิดค้นเทคโนโลยีที่จะช่วยลดความซับซ้อน และเพิ่มความสะดวกให้กับคุณพ่อคุณแม่ในการเข้าใจ ถึงธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ในตัวลูกได้มากขึ้น ผ่านการถอดรหัสจากลายเส้นนิ้วมือของลูกค่ะ เทคโนโลยีที่ว่านี้มีชื่อเรียกว่า DMI

 

 

DMI มาจากคำว่า Dermatoglyphics Multiple Intelligences ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของสมมติฐานที่มีงานวิจัยรองรับอยู่ว่า เส้นลายมือมีส่วนในการส่งผลเชื่อมโยงกับสมองของคนเรา ข้อมูลวิจัยชิ้นหนึ่งกล่าว ถึงรูปแบบของเส้นลายมือมนุษย์ว่า ลายเส้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่วัยทารกในครรภ์มารดาจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เทคโนโลยี DMI คือ การสแกนลายเส้นนิ้วมือและเปรียบเทียบ จากกลุ่มตัวอย่างลายเส้นนิ้วมือ ที่สามารถเทียบกับกลุ่มอาชีพต่างๆ ได้ เช่น กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มนักกีฬา กลุ่มนักกฎหมาย ฯลฯ ผลจากการสแกนลายเส้นนิ้วมือจะทำให้ทราบถึงความใกล้เคียง หรือทิศทางความถนัดของลูกที่ควรจะเป็นไป DMI เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นมา จากการเก็บสถิติลายเส้นนิ้วมือมา ใช้ควบคู่กับหลักการทางจิตวิทยาในการสร้างความเข้าใจของเด็ก เพื่อให้พ่อแม่ปรับใช้รูปแบบที่เหมาะสมสู่ศักยภาพสูงสุด ในการเลี้ยงดูและพัฒนาลูกให้เป็นคนที่ดีมีคุณภาพได้ในสังคม และที่สำคัญที่สุดลูกสามารถค้นหาความถนัดที่ซ่อนอยู่ในตัวเองเจอค่ะ

 

 

อย่างไรก็ดี แม้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจถึงความถนัดที่ซ่อนอยู่ในตัวลูกได้เร็วขึ้นนั้น แต่ก็ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่จะทำให้การเลี้ยงดูหรือการพัฒนาลูกเป็นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่เด็กจะเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ และเดินทางสู่ความสำเร็จได้นั้นจะต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายร่วมด้วย และที่สำคัญก็คือการเลี้ยงดูลูกอย่างเข้าใจค่ะ

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ