Haijai.com


เทคนิคการเคลื่อนไหว เพื่อพัฒนาสมองลูก


 
เปิดอ่าน 2364

เทคนิคการเคลื่อนไหว เพื่อพัฒนาสมองลูก

 

 

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านรวมทั้งคุณครูเด็กปฐมวัย สนใจที่อยากจะเรียนรู้วิธีการพัฒนาสมองลูกด้วยการเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบ  ซึ่งก็เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วว่า  การเคลื่อนไหว หรือการเคลื่อนที่ของเด็กๆ เกิดจากการทำงานของระบบประสาทกับกล้ามเนื้อ  ดังนั้นถ้าเราฝึกให้เด็กๆ ได้เคลื่อนไหวอย่างถูกต้องเป็นระบบตั้งแต่เล็กๆ สมองเด็กก็จะถูกพัฒนา กล้ามเนื้อชิ้นเล็ก  กล้ามเนื้อชิ้นใหญ่รวมถึงกระดูกก็จะแข็งแรง  ระบบต่างๆ ภายในร่างกายก็จะแข็งแรงดี  เด็กๆ จะมีพัฒนาการ  การเจริญเติบโตที่ดี  ทั้งยังส่งผลถึงการกิน  การขับถ่าย  ระบบหายใจ  รวมถึงอารมณ์ของเด็กด้วย

 

 

วิธีการเคลื่อนไหว สำหรับเด็กเพื่อจะมีส่วนช่วยพัฒนาสมอง  จะมีการเคลื่อนไหวเฉพาะที่แตกต่างไปจากการเคลื่อนไหวธรรมดา   เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อให้สมองทั้งสองซีกได้ทำงานไปพร้อมๆ กัน  และเพิ่มความแข็งแรงในการทำงานของสมองทั้งสองซีกให้ประสานกัน  ในขณะเดียวกันก็ต้องสอดแทรกเทคนิคการผ่อนคลายสมอง เพื่อให้คลื่นสมอง Brain  Wave  ของเด็กลดความเร็วลงทำให้เกิดความผ่อนคลาย  สมองจะอยู่ในสภาวะ  Relaxed  Alertness  ซึ่งเป็นสภาวะที่สมองทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

 

เทคนิคการบริหารสมอง Brain  Gym  สำหรับเด็กมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี แล้วก็หลายท่า  แต่สำหรับครั้งนี้จะนำเสนอเพื่อเป็นแนวทางไว้ให้คุณพ่อคุณแม่และคุณครู ได้ใช้เป็นแนวทางในการฝึกลูกหรือลูกศิษย์ คือ

 

 

การเคลื่อนไหวสลับข้าง  Cross-Over  Movement เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายของเด็กสลับข้างทำให้การทำงานของสมองทั้ง 2 ซีกถ่ายโยงกันได้อย่างเป็นระบบ  การให้เด็กทำท่าเหล่านี้จะทำให้เด็กมีพัฒนาการในเรื่องของการทำงานประสานกันของมือ  กับตา และด้วยด้วย

 

 

กด-ดึงฝ่ามือ

 

ท่าเตรียม  ให้เด็กยืนตัวตรง เท้าห่างประมาณ 1 ช่วงไหล่ แขนเหยียดตึง ฝ่ามือ ปลายนิ้วมือเหยียดตรงมีแรงวิธีปฏิบัติ

 

1.ให้กดฝ่ามือซ้ายลง  พร้อมๆ กับดึงฝ่ามือขวาขึ้น ออกแรงดึงและกดค้างไว้ สักครู่นับ 1- 10

 

 

2.จากนั้นให้ดึงฝ่ามือซ้ายขึ้น  พร้อมกับกดฝ่ามือขวาลง แล้วออกแรงกด และดึงทั้งสองข้างค้างไว้ นับ 1-10 ปฏิบัติเช่นเดิม จนครบ 8-10 ครั้ง            

 

 

หมุนหัวไหล่

 

ท่าเตรียม  ยืนตัวตรงแขนวางข้างลำตัว

 

วิธีปฏิบัติ

 

1.เริ่มหมุนเฉพาะแขนซ้ายไปด้านหน้าให้ครบ 1 รอบ

 

2.ในขณะที่หมุนแขนซ้ายไปด้านหน้าในรอบที่ 2 ให้เริ่มหมุนแขนขวาไปด้านหลัง  ให้หมุนแขนซ้าย และแขนขวาไปในทิศทางตรงกันข้าม ให้ครบข้างละ 10 รอบ

 

3.จากนั้น ให้หมุนแขนกลับ สลับทิศทางกัน โดยหมุนแขนซ้ายไปด้านหลัง  หมุนแขนขวาไปด้านหน้า ให้ครบ 10 รอบ ปฏิบัติเช่นเดิมจนครบ 8-10 ครั้ง

 

 

หมุนแขน – มัด

 

ท่าเตรียม  ยืนตัวตรง เหยียดแขนตึง กำหมัดคว่ำลงให้มัดชิดติดกัน

 

วิธีปฏิบัติ

 

1.ให้จินตนาการถึงเลข 8   แล้วหมุนมัดทั้ง 2 ข้าง ให้เป็นเลข 8 ในทิศทางตรงกันข้าม พร้อมๆ กัน โดยหมุนหมัดขวาขึ้น พร้อมหมุนหมัดซ้ายลง พร้อมๆ กันเป็นรูปเลข 8 แล้วให้มัดทั้งสองมาบรรจบกันตรงกลาง

 

2.ปฏิบัติเช่นเดิม แต่ในทิศทางตรงกันข้ามปฏิบัติเช่นเดิมจนครบ 8-10 รอบ                                 

 

 

ท่าSIT-UP

 

ท่าเตรียม  นอนราบกับพื้น เข่าตั้งชัน วางฝ่าเท้าห่างกัน           และส้นเท้าห่างจากก้นประมาณ 1 หัวไหล่ มือทั้งสองข้างประสานที่ท้ายทอย หรือแตะที่หัวไหล่ทั้งสองข้าง

 

 

วิธีปฏิบัติ

 

1.ดึงลำตัวขึ้น เอียงข้อศอกซ้ายติดเข่าขวาลดตัวลง

 

2.ดึงลำตัวขึ้น เอียงศอกขวาติดเข่าซ้ายลดลำตัวลง ปฏิบัติเช่นเดิมจนครบ  ข้างละ 8 ครั้ง และพักสักครู่นับเป็น 1 เซท แล้วปฏิบัติเช่นเดิมจนครบ  เซท      

 

 

ข้อควรปฏิบัติเพื่อการพัฒนาสมอง สำหรับเด็ก

 

1.เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารสมองในท่าต่างๆ ควรให้เด็กทำซ้ำๆ บ่อยๆ เป็นประจำสม่ำเสมอทุกวัน โดยให้คุณพ่อคุณแม่ และคุณครูเป็นผู้นำปฏิบัติ  ไม่จำเป็นต้องเลือกเวลา  และสถานที่ นึกขึ้นได้เมื่อไหร่ก็ให้สามารถปฏิบัติได้เลย

 

2.การปฏิบัติท่าบริหารสมอง ให้ปฏิบัติไปพร้อมๆ กับการกำหนดรู้ลมหายใจ จะได้ผลดีมากยิ่งขึ้น

 

3.ในการปฏิบัติช่วงแรกๆ  น้องๆ อาจจะยังทำไม่ได้  คุณแม่คุณพ่อ และคุณครูไม่ต้องตกใจ ให้พยายามฝึกให้เด็กทำบ่อยๆ สมองเด็กจะเริ่มพัฒนา  กล้ามเนื้อจะเริ่มเรียนรู้ การทำซ้ำบ่อยๆ จะทำให้เด็กทำได้เอง

 

4.การดื่มน้ำเยอะๆ  จะช่วยทำให้สมองรู้สึกสดชื่นมากขึ้น  เพราะในขณะที่เราเคลื่อนไหว  ร่างกายจะสูญเสียน้ำ โดยเฉพาะสมองเป็นอวัยวะที่สูญเสียน้ำได้รวดเร็วมาก และเมื่อสมองขาดน้ำจะทำให้รู้สึกสมองตื้อ และคิดอะไรไม่ออก ดังนั้นการให้ลูกได้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ  จะช่วยให้ร่างกายและสมองของลูกสดชื่นมากขึ้น             

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ