Haijai.com


1-12 เดือน ของพัฒนาการขวบปีแรกของลูก


 
เปิดอ่าน 10454

Milestone During 1-12 เดือน ของพัฒนาการขวบปีแรกของลูก

 

 

ตั้งไข่ล้ม ต้มไข่กิน ไข่ตกดิน อดกินไข่ต้ม  เชื่อว่าทั้งคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องเคยได้ยินกันมาก่อนเมื่อครั้งที่เป็นเด็กน้อย ที่มีมือคุณพ่อคุณแม่(ปู่ ย่า ตา ยาย) สองมือคอยประคองให้นั่ง ให้ยืน ให้เดิน ... “ตั้งไข่ล้ม ต้มไข่กิน” มักจะพูดกันตอนที่ลูกอายุได้ 7- 9 เดือน เพราะลูกกำลังจะหัดนั่ง หัดยืน หัดเดิน แม่ก็ตบมือให้จังหวะ ลุ้นให้ลูกลุกขึ้นนั่ง ขึ้นยืน

 

 

ตารางพัฒนาการช่วงแรกเกิด – 12 เดือน

 

ช่วงวัย

การทรงตัวและการเคลื่อนไหว

การใช้ตา มือ

การสื่อความหมาย และภาษา

ด้านการเข้าสังคม

แรกเกิด

: งอแขน และเคลื่อนไหวได้ดีในท่านอนคว่ำ
: มี Reflex Moro, Rooting, Sucking, Stepping

: มองเหม่อ จะเห็นได้ชัดเจนเฉพาะระยะ 8-9 นิ้ว
: มี Palmar-grasping Reflex

: ร้องไห้

 

: หยุดฟังเสียง เมื่อมีคนมาพุดคุยด้วย

: มองหน้าคนที่เข้ามาใกล้ได้ช่วงสั้นๆ

 

 

1 เดือน

 

 ขาเริ่มเหยียดในท่านอนคว่ำ

 

: กำมือแน่น

 

: ทำเสียงในลำคอ

 

 

2 เดือน

: ชันคอได้ 45 องศา ในท่านอนคว่ำ
: เวลาที่คุณแม่อุ้มในนั่งตัก ลูกสามารถพยุงศีรษะ เงยหน้าขึ้นได้

: กำมือหลวมๆ
: มองข้ามในระยะกึ่งกลางตัว

: ฟังเสียงเวลาคนคุยกัน
: เวลาได้ยินเสียง จะพยายามมองหาเสียงที่ได้ยิน

: สบตา ยิ้มตอบ แสดงความสนใจกับคนที่เข้ามาพูดคุยด้วย

4 เดือน

: ในท่าคว่ำสามารถยกศีรษะได้สูงขึ้น ชันคอได้ 90 องศา สามารถใช้แขนยันหน้าอกให้ยกสูงขึ้นได้เล็กน้อย
: ในท่านั่ง จะสามารถยกศีรษะให้ตั้งตรงได้

: ใช้มือทั้งสองคว้าจับสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัว
: มองตามสิ่งของที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างหน้าและรอบข้างได้ 180 องศา

: ส่งเสียงอ้อแอ้ โต้ตอบได้เวลาที่มีคนมาพูดคุยด้วย
: หัวเราะ ส่งเสียงแหลมเมื่อดีใจ

: สบตา ยิ้มตอบ แสดงความสนใจต่อสิ่งรอบข้าง
: ทำท่าทางดีใจเมื่อเห็นคนที่คุ้นเคย

6  เดือน

: คว่ำหงายได้เอง
: ในท่าคว่ำ สามารถใช้แขนทั้งสองข้างยกพยุงหน้าอกได้มากขึ้น
: ในท่านั่ง สามารถประคองศีรษะไม่ให้เอนไปข้างหลัง นั่งเองได้ชั่วครู่(พ่อแม่ยังต้องประคองอยู่บ้าง)
: เวลาจับยืน ลูกสามารถลงน้ำหนักไปที่เท้าทั้ง 2 ข้างได้

: คว้าของด้วยฝ่ามือ หยิบของมือเดียว สลับเปลี่ยนของไปมาได้ระหว่างมือทั้ง 2 ข้างได้
: สามารถมองเห็นอย่างสมบูรณ์ได้ทั้งระยะใกล้ และใกล้

: เวลาเรียกชื่อ จะหันหาคนเรียก
: เล่นน้ำลาย
: ส่งเสียงได้หลากหลายโทนเสียง ทั้งสูง กลาง ต่ำ

: จำหน้าคนใกล้ตัวได้เป็นอย่างดี

9 เดือน

: นั่งได้มั่นคง คลาน เกาะยืนได้

: ใช้นิ้วหยิบของได้
: มองตามสิ่งของที่ตก หรือของเล่นที่เอาผ่านหน้า

: เข้าใจภาษา ท่าทาง
: เปล่งเสียงคล้ายคำ

: เล่นจ๊ะเอ๋
: ร้องตามคนรู้จัก

12 เดือน

: เกาะเดิน ยืนเองได้ชั่วครู่  เริ่มเดินด้วยท่าทาง กางแขน ขา

: ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้หยิบของ
: หยิบของใส่กล่องได้

: ทำตามคำสั่งที่มีท่าทางประกอบ
: พูดคำเดี่ยว 1 คำได้ เช่น พ่อ แม่ (แต่อาจจะยังออกเสียงได้ไม่ชัดเจนมาก)

: เลียบแบบท่าทาง
: ชอบสำรวจ

 

 

 การพัฒนาทางร่างกาย

 

ลูกอายุได้ 4 เดือน จะมีน้ำหนัก 10-18 กิโลกรัม สูง 23-27 นิ้ว นอน 14-17 ชั่วโมง / ลูกอายุได้ 8 เดือน จะมีน้ำหนัก 14-23 กิโลกรัม สูง 25-30 นิ้ว นอน 11-13 ชั่วโมง / ลูกอายได้ 12 เดือน จะมีน้ำหนัก 17-27 กิโลกรัม สูง 27-32 นิ้ว  นอน 11-13 ชั่วโมง

 

 

 พัฒนาการทางสังคม อารมณ์ และการเรียนรู้

 

เมื่อลูกอายุได้ 4 เดือน ลูกจะร้องเมื่อรู้สึกไม่สบาย กลัว เหงา / ตอบสนองต่อเสียง / ชอบให้คุณแม่คุณพ่ออุ้ม / ชอบเล่นเป่าน้ำลาย  / จำได้ว่านี่คุณแม่ คุณพ่อ นี่ของๆ หนู เช่น หมอนข้างใบเล็ก ขวดน้ำ ฯลฯ

 

 

พัฒนาการเดือนที่ 1 : กระตุ้นลูกผ่านกิจกรรมการเล่น

 

 พูดคุยด้วย ร้องเพลง หรือเปิดเพลงเบาๆ ให้ฟัง ถ้าพูดด้วยเสียงสูง เด็กจะทำตาโตเพราะเด็กจะมีปฏิกิริยาต่อเสียงสูง

 

 โอบกอด สัมผัสตัวลูก หวีผม นวดตัวให้ลูกอย่างนุ่มนวล แต่มั่นคงและสม่ำเสมอ

 

 สบตาลูก ทำโมบายหรือหาภาพใบหน้าคนสีขาว-ดำ มาแขวนไว้ในระยะไม่เกิน 13 นิ้วให้ลูกดู

 

 

พัฒนาการเดือนที่ 2 : กระตุ้นลูกผ่านกิจกรรมการเล่น

 

 แขวนโมบายหรือของเล่นสีสันสดใสห่างจากสายตาไม่เกิน 20 นิ้ว

 

 ออกกำลังกายแขน ขา โดยยกแขน ขาอย่างเบาๆ ในขณะที่เด็กนอนหงาย

 

 อุ้มมองหน้าสบตา ยิ้มและพูดคุยกับลูก

 

 เห่กล่อมหรือเปิดเพลงเบาๆ ให้ฟัง

 

 อุ้มสัมผัสลูกบ่อยๆ ในขณะที่ลูกตื่นอยู่ โดยเปลี่ยนท่าให้ลูกบ่อยๆ เช่น ให้นอนหงาย นอนคว่ำ หรืออุ้มนั่งหันหน้าออก โดยให้ศีรษะเด็กพิงอกแม่ไว้

 

 

พัฒนาการเดือนที่ 3 : กระตุ้นลูกผ่านกิจกรรมการเล่น

 

 จับมือลูกให้ถือของเล่นและเขย่า โดยมีมือของคุณช่วยกำมือของลูกไว้ หรือผูกกระพรวนไว้ที่ข้อมือเพื่อให้เกิดเสียงเมื่อลูกขยับแขน

 

 จับลูกพาดบ่าแล้วพาชมนกชมไม้เพื่อให้คอแข็งมากขึ้น

 

 พูดคุยทำเสียงโต้ตอบกับลูก ร้องเพลงให้ฟังและให้ทำความรู้จักกับทุกคนในบ้านมากขึ้น

 

 แขวนสิ่งของสีสดๆ ชิ้นโตๆ ที่เคลื่อนไหวได้ในระยะห่าง 1 ฟุต เพื่อให้ลูกไขว่คว้า

 

 อุ้มนั่งตักให้ลูกหัดตั้งศีรษะให้ตรงได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพิงอกคุณแม่ ให้นอนคว่ำ ใช้ของเล่นสีสดใสจูงใจให้ลูกเงยหน้ามอง

 

 อุ้มให้ลูกมองหน้าสบตา และมองตามหน้าที่เอียงไปมาช้าๆ

 

 

พัฒนาการเดือนที่ 4 : กระตุ้นลูกผ่านกิจกรรมการเล่น

 

 ลูกสามารถสร้างเสียงได้เองจากการเขย่า จึงควรให้เล่นเครื่องเขย่า โดยหาของเล่นที่เหมาะมือ ปลอดภัยมาให้ลูกถือเล่น

 

 ของเล่นที่บีบแล้วมีเสียง เพื่อฝึกกำลังกล้ามเนื้อแขนและมือ

 

 เล่นตีน้ำในระหว่างอาบน้ำ

 

 ชูของให้ลูกหันมาขณะที่ลูกนอนคว่ำหรือหงาย เพื่อให้ลูกหัดพลิกคว่ำ

 

 จับมือทั้งสองของลูกแล้วค่อยๆ ดึงขึ้นมา เพื่อยกศีรษะและลำตัวขึ้น

 

 

พัฒนาการเดือนที่ 5 : กระตุ้นลูกผ่านกิจกรรมการเล่น

 

 จัดที่ให้ลูกหัดคว่ำและคลาน

 

 วางของเล่นสีสดใสไว้ใกล้รัศมีเอื้อมของลูก เพื่อให้ลูกหัดคืบไปหยิบ

 

 ทำกระพรวนมาผูกที่เท้า เพื่อกระตุ้นให้ลูกถีบขามากขึ้น

 

 พูดกับลูกบ่อยๆ และช้าๆ เพื่อให้ลูกได้สังเกตริมฝีปาก

 

 หัดให้ลูกจำแนกเสียงต่างๆ โดยสอนเรียกชื่อ

 

 

พัฒนาการเดือนที่ 6 : กระตุ้นพัฒนาการผ่านกิจกรรมการเล่น

 

 ทำเสียงสูงๆ ต่ำๆ ให้ลูกเลียนเสียง

 

 ชูมือหรือชูของเล่น เพื่อให้ลูกได้เอื้อมมือคว้า

 

 หายางกัดเล่นให้ลูกเพื่อบรรเทาอาการคันเหงือก

 

 จับอุ้มนั่งเล่นบนตัก บนพื้น หรือในอ่างที่เด็กจับขอบอ่างได้

 

 ให้เล่นของเล่นที่มีความลึก เช่น ถ้วย กล่อง นำมาซ้อนกัน

 

 กลิ้งลูกบอลลูกเล็กๆ ให้มองตามและเอื้อมไปหยิบ

 

 

พัฒนาการเดือนที่ 7 : กระตุ้นพัฒนาการผ่านกิจกรรมการเล่น

 

 เล่นจ๊ะเอ๋ และซ่อนหาของ สมองของเด็กวัยนี้เริ่มจำได้ เมื่อเราหายไปแล้วกลับมาพร้อมคำพูดว่า “จ๊ะเอ๋” สมองของเขายังจำหน้าเราได้ และกลับมาอยู่ตรงกัน แต่เด็กอายุ 2-3 เดือนจะเล่นจ๊ะเอ๋ไม่สนุก เพราะเขาจะจำได้แค่ ณ ปัจจุบัน พอเราจากเขาไปเขาก็จะลืมแล้ว

 

 หาบล็อกไม้ขนาดต่างๆ กันมาให้ลูกเล่น ให้มองบล็อกขนาดต่างๆ ที่ไม่เท่ากันทีละอัน ให้เล่นของเล่นที่วางซ้อนกันได้

 

 ให้เล่นสิ่งของที่มีสีและขนาดต่างกัน เช่น ผิวเรียบ-หยาบ, อ่อน-แข็ง

 

 วางของเล่นไว้ข้างหน้า ให้ลูกหัดคลานไปหยิบ

 

 หัดให้ถือช้อน ขวดนม หรือแก้วน้ำเอง

 

 ใช้ของเล่นจูงใจให้ลูกพยายามลุกขึ้นนั่งเอง

 

 

พัฒนาการเดือนที่ 8 : กระตุ้นพัฒนาการผ่านกิจกรรมการเล่น

 

 จัดสถานที่ภายในบ้านให้กว้างขวางเพื่อสะดวกในการหัดคลาน

 

 พูดคำสั้นๆ ให้ลูกหัดพูดตาม

 

 หากล่องหรือตะกร้ามาให้ลูกโยนของเล่นลงไป เพื่อฝึกให้ลูกโยนของอย่างมีจุดมุ่งหมาย และให้ลูกเรียนรู้การกะระยะ

 

 หาของเล่นมาช่วยกระตุ้นการทำงานประสานกันระหว่างมือและตา

 

 พาลูกออกนอกบ้านเพื่อให้รู้จักกับคนอื่นบ้าง

 

 เล่นจ๊ะเอ๋กับลูก เพื่อให้ลูกเรียนรู้ถึงการหายไปและกลับมา

 

 สอนเรียกชื่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย

 

 วางของเล่นให้ใกล้ตัวมากขึ้น เพื่อให้ลูกคลานไปหยิบ

 

 ให้ถือของที่มีลักษณะเป็นแท่งเพื่อให้ลูกหัดใช้นิ้ว เช่น ไม้เคาะเครื่องดนตรี หรือหยิบขนมปังแท่งเข้าปาก

 

 

พัฒนาการเดือนที่ 9 : กระตุ้นพัฒนาการผ่านกิจกรรมการเล่น

 

 พยุงลูกให้ยืน เพื่อให้รู้จักทิ้งน้ำหนักตัวลงบนขาและเท้า

 

 ของเล่นตอกหมุด และแป้นเสียบหลักจะช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กที่นิ้วมือได้

 

 สนับสนุนให้หยิบอาหารเข้าปากเอง

 

 อ่านนิทานให้ฟัง ให้ดูภาพสัตว์หรือสิ่งของที่คุ้นเคย พร้อมกับพูดชื่อของสิ่งที่เห็นให้ลูกฟัง

 

 ฝึกให้ดื่มน้ำและนมจากถ้วย

 

 

พัฒนาการเดือนที่ 10 : กระตุ้นพัฒนาการผ่านกิจกรรมการเล่น

 

 วางของไว้บนเก้าอี้หรือโต๊ะเตี้ยๆ ที่แข็งแรงและมั่นคง เพื่อกระตุ้นให้ลูกฝึกเกาะยืนและหยิบของที่วางอยู่

 

 จูงมือลูกเดินเล่นที่สนาม

 

 ชวนดูหนังสือภาพที่มีรูปขนาดใหญ่สีสดใสพร้อมกับพูดชื่อของสิ่งที่เห็น

 

 ชูของเล่นให้ลูกยึดแขน ยึดตัว ลุกขึ้นยืน

 

 ต่อไม้บล็อกเป็น 2 ชั้น เพื่อให้ลูกเลียนแบบ

 

 

พัฒนาการเดือนที่ 11 : กระตุ้นพัฒนาการผ่านกิจกรรมการเล่น

 

 จัดที่ให้กว้างพอ เพื่อให้ลูกเกาะเดินได้อย่างปลอดภัย

 

 พูดชมเชยลูกทุกครั้งเวลาที่เขาสามารถทำตามที่บอกได้

 

 พูดคุยถึงสิ่งที่ลูกกำลังทำอยู่ เช่น อาบน้ำ ทานข้าว แต่งตัว ฯลฯ

 

 หากล่อง ถ้วยแบบเดียวกันแต่มีขนาดต่างกันให้ลูกจับซ้อนกัน

 

 หัดให้เล่นจิ๊กซอว์ไม้ขนาดใหญ่ และหัดฟังเสียงวัตถุต่างๆ ที่ตกกระทบพื้น เพื่อสังเกตความแตกต่างของเสียง

 

 ให้ลูกมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของครอบครัว และปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียวบ้าง เพื่อให้หัดเล่นเอง

 

 

พัฒนาการเดือนที่ 12 : กระตุ้นพัฒนาการผ่านกิจกรรมการเล่น

 

 สอนลูกให้รู้จักแยกของที่มีรูปร่างแตกต่างกัน และจัดเป็นหมวดหมู่

 

 ให้เปิดหนังสือภาพใหญ่ๆ ด้วยตัวเอง และชี้ให้ดูรูปภาพต่างๆ

 

 หัดให้ช่วยเหลือตนเอง เช่น ตักอาหาร อาบน้ำ แต่งตัว

 

 ให้ลูกชี้บอกเมื่อพูดถึงสิ่งของหรือบุคคลใดๆ

 

 ให้ฟังเพลงและสอนร้องเพลงง่ายๆ และให้ลูกมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ของครอบครัว

 

 

GOOD TO KNOW

 

การมองเห็นของเด็กวัย 0-1 ขวบ

 

 การมองเห็นภาพสี

 

เมื่อลูกแรกเกิดเซลล์เรติน่าในดวงตาของทารก ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้เห็นสีต่างๆ ยังไม่ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างเต็มที่ ทำให้เขายังเห็นโลกเป็นเฉดสีรางๆ เท่านั้น สีแรกๆ ที่ทารกจะมองเห็นได้คือสีแดง และสีน้ำเงิน จากนั้นจึงเป็นสี และสีเหลือง ในช่วง 2-3 เดือนแรกทารกจะมองเห็นแต่สีสันที่สดใสมากๆ เท่านั้น คุณแม่จึงควรเลือกนำของที่มีสีสันสดใสมาไว้ใกล้ๆ ลูก

 

 

 การเห็นภาพสามมิติ

 

เพราะเด็กสามารถเห็นภาพในระยะ 30 เซนติเมตรเท่านั้น สำหรับเจ้าตัวน้อยโลกจึงดูแบน และขาดรายละเอียดอีกหลายๆ อย่างไป หลังจากที่ 2 สัปดาห์แรกผ่านไป เด็กจะรู้จักยกมือขึ้นมาป้องหน้า เมื่อเห็นว่ามีวัตถุอะไรบางอย่างกำลังพุ่งตรงมาหาเขา เด็กทุกคนจะต้องสามารถเห็นภาพสมามิติก่อนที่เขาจะเริ่มหัดเดิน และเป็นไปได้ว่าเด็กจะไม่ยอมเริ่มคลานจนกว่าเขาจะเห็น และเข้าใจเรื่องภาพสมามิติ ทั้งนี้ทารกจะไม่สามารถเห็นภาพสมามิติได้จนกว่าจะอายุ 4 เดือน โดยภาพนั้นจะสมบูรณ์เมื่อลูกอายุ 6 เดือน

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ