Haijai.com


สมองของเด็กผู้หญิง และเด็กผู้ชาย


 
เปิดอ่าน 1968

สมองของเด็กผู้หญิง และเด็กผู้ชาย

 

 

ทำไมกันนะเด็กผู้ชายถึงชอบการต่อสู้ที่น่าตื่นเต้น ชอบเล่นขว้างปาของเล่นมากกว่าจะนั่งเล่นของเล่นอยู่เฉยๆ นอกจากนี้ก็ยังชอบการค้นคว้า และทดลองเล่นอะไรใหม่ๆ ซึ่งแตกต่างจากเด็กผู้หญิงที่ช่างพูดช่างเจรจาถามคำถามคุณแม่จนตอบแถบไม่ทันเลยทีเดียว หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงมาจากดวงดาวคนละดวงกันแน่นะ เราจะมาหาคำตอบของคำถามข้อนี่กันค่ะ

 

 

มาสแกนสมองดูกัน

 

จากหลักฐานทางการวิจัยล่าสุด ทำให้พบข้อเท็จจริงหลายอย่างเกี่ยวกับความแตกต่างทางสมองที่ผ่านการสแกน เช่น สมองทั้งสองซีกของเพศชายมีขนาดที่แตกต่างกันและไม่สมส่วนมากกว่าเพศหญิง ผู้หญิงจะมีส่วนของสมองที่เรียกว่า Gray matter หรือเซลล์ประสาทชนิดธรรมดามากกว่าผู้ชายอยู่ประมาณ 15-20% ประสาทชนิด Long Neuron ซึ่งช่วยให้สมองสามารถกระจายการทำงานอยู่น้อยกว่าผู้ชาย แต่ว่าไปกระจุกตัวอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างสมองซีกซ้ายและซีกขวา ก็เลยอาจเป็นเหตุผลที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถใช้สมองทั้งสองซีกในการทำการคิดที่เกี่ยวกับภาษาและใช้สมองทั้งสองซีกร่วมกันได้ดีกว่าผู้ชายที่มักใช้สมองด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น

 

 

โดยทารกเพศชายสมองซีกขวาจะมีพัฒนาการก่อนสมองซีกซ้ายแตกต่างจากทารกเพศหญิงที่สมองซีกซ้ายจะมีพัฒนาการก่อนสมองซีกขวา สมองซีกซ้ายเป็นสมองที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ ความเข้าใจภาษา การพูด ส่วนสมองซีกขวาเกี่ยวข้องกับตำแหน่ง สถานที่และทิศทาง ด้วยเหตุนี้เองผู้ชายจึงมีความสามารถในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทิศทาง ระยะทาง ขนาดรูปร่าง และตำแหน่งมากกว่าผู้หญิง ผู้ชายจะสามารถหมุนมโนภาพจากภาพที่เห็นให้เป็น 3 มิติได้ ส่วนผู้หญิงจะมองเห็นภาพในมุมมองที่กว้างกว่า สามารถจดจำและเก็บรายละเอียดของภาพได้ดีกว่า จึงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ได้ดีกว่าผู้ชาย นอกจากนี้เด็กผู้หญิงจะมี Corpus callosum ที่เป็นส่วนเชื่อมโยงสมองทั้งสองซีกเข้าด้วยกันขนาดใหญ่กว่าเด็กผู้ชาย เด็กผู้หญิงจึงใช้สมองทั้ง 2 ซีกประสานการทำงานในการทำความเข้าใจภาษาและการพูดสัมพันธ์กันได้ดีกว่าเด็กผู้ชาย

 

 

ความแตกต่างระหว่างเด็กผู้หญิงกับผู้ชาย

 

เด็กผู้หญิง

 

1.การรับรู้ทางสายตา โดยเฉพาะเรื่องรายละเอียดและความละเอียดลออต่างๆ

 

 

2.ความเข้าใจ การแสดงออกทางสีหน้าท่าทาง จำหน้าคนได้เก่งกว่า สามารถรับรู้อารมณ์ที่แสดงออกทางเสียงได้ดีกว่า

 

 

3.มีความสามารถในการอ่าน และการพูดดีกว่า โดยเฉพาะการอ่านที่มีข้อความสัมพันธ์กับความรู้สึกและอารมณ์

 

 

4.มีความไวต่อ กลิ่น รส การสัมผัส และเสียงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงสูง

 

 

เด็กผู้ชาย

 

1.ความสามารถในเรื่องแผนที่และคิดปริศนา หรือเขาวงกตต่างๆ

 

 

2.มีความสามารถในเรื่องทักษะมิติสัมพันธ์ที่ดี การรับรู้ เกี่ยวกับมิติต่างๆ ความลึก ทิศทาง ระยะห่าง การรับรู้ วัตถุที่มีสามมิติซ่อนอยู่ในภาพสองมิติได้

 

 

3.มีความสามารถในการวิจัยและค้นคว้า ทดลอง

 

 

4.มีความสามารถในเรื่องของคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องตรีโกณและพีชคณิต

 

 

5.มีความคิดที่อิสระในสถานการณ์ต่างๆ มากกว่าเด็กผู้หญิง

 

 

สมองเป็นเพียงปัจจัยข้อหนึ่งที่ทำให้เด็กผู้หญิง และเด็กผู้ชายมีความคิดและพฤติกรรมการแสดงออกแตกต่างกัน แต่การอบรมเลี้ยงดูด้วยความรักที่อบอุ่น สภาพแวดล้อมที่ดี รวมไปถึงเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างเด็กผู้หญิง และเด็กผู้ชายของครอบครัวต่างหากที่จะช่วยหล่อหลอมความแตกต่างนี้ให้แคบลง และอยู่ร่วมกันแบบไรเงื่อนไข ที่มาจากคำว่า แตกต่างค่ะ

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ